วิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คออนไลน์ กับเคล็ดลับที่ไม่ลับ

Hit , Split , Stand คำพูดเหล่านี้นักพนันหลายท่านคงจะเคยได้ยินกันมาไม่มากก็น้อย ใช่ครับคำพูดหรือคำศัพท์เหล่านี้เป็นหนึ่งในวิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คนั่นเอง วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็ค เล่นแบบไหน วิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คจะแตกต่างกับไพ่ชนิดอื่นอย่างไร ทำไมถึงเป็นที่นิยมและครองใจเหล่านักพนันในคาสิโนมาเป็นเวลานาน

แบล็คแจ็ค (Black Jack) หรืออีกชื่อที่นิยมเรียกกันคือ ไพ่ 21 เพราะวิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คนั้นจำเป็นต้องมีจำนวนแต้มที่จะจบเกมอยู่ที่ 21 แต้มแต่นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีกติกาอีกหลายอย่างที่ทำให้เพิ่มความสนุกในการเล่นอีกเท่าตัว

  กติกาที่สำคัญและวิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็ค

ทั่วไปแล้วเริ่มเกมมาเจ้ามือจะแจกไพ่อยู่ทั้งหมด 2 ใบด้วยกัน เมื่อแจกเสร็จแล้วให้ดูไพ่ของตนเองว่าได้แต้มเท่าไรถ้าเกิดว่าแต้มที่ได้มาตอนแรกน้อยจนที่คิดว่าจะสู้ไม่ได้ก็ให้ขอจั่ว แต่ถ้าเกิดคิดว่าแต้มสูงแล้วพอจะชนะได้ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจั่ว โดยวิธีการเล่นและกติกาหลักจะมีดังนี้

1.การขอจั่วไพ่ เมื่อได้ไพ่มาแล้วทั้งหมดสองใบ หากว่าแต้มสองใบนั้นรวมกันแล้วได้ไม่ถึง 14 ก็ต้องจั่วเพิ่ม แต่ถ้าหากว่าเกิน 15 ขึ้นไปก็ไม่จำเป็นจะต้องจั่วก็ได้ หรือใช้คำพูดภาษาวงไพ่ว่า “อยู่แล้ว” นั่นเอง

2.หากว่าท่านดวงดีมาก เปิดมาสองใบแล้วได้ 21 เลยทันทีในตานั้นถือว่าท่านชนะไปเลยแบบไม่ต้องสงสัย (แต่ถ้าหากเสมอกันก็จะได้รับเงินคืน)

3.การแทงสองเท่า หากท่านต้องการที่จะลงเดิมพันเป็นสองเท่านั้น เงื่อนไขอย่างเดียวของมันคือ ท่านจำเป็นจะต้องเรียก Split หรือ จะแทงสองเท่าได้ก็ต่อเมื่อมีการเล่นแบบ Split นั่นเอง

4.วิธีเดิมพันไพ่ประกัน

วิธีนี้ค่อนข้างจะเข้าใจยาก เพราะว่าหลังจากเมื่อแจกไพ่เสร็จหมดแล้ว ถ้าเจ้ามือหงายการ์ดใบแรกออกมาแล้วกลายเป็น A ซึ่งหลังจากนี้แล้วโอกาสที่เจ้ามือจะได้ 21 มีสูงมากมากเลยทีเดียว ดังนั้นแล้วหากเราต้องการที่จะทำประกันไว้ เราก็ต้องจ่ายครึ่งหนึ่งของราคาลงทุนในตานั้น ถ้าหากเจ้ามือได้ 21 เราก็จะได้เงินครึ่งนั้นไปด้วย แต่ถ้าหากไม่ใช่ 21 เราก็จะเสียเงินตรงนั้นไปฟรีๆ

5.Split หรือการแยกไพ่ถ้าหากว่าหลังแจกไพ่ได้ไพ่เดียวกันซ้ำกัน สามารถแยกออกมาเป็นสองมือได้

  การนับแต้มของแบล็คแจ็ค

วิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คไม่ใช่เพียงแค่ จั่ว และ เปิด แต่จำเป็นจะต้องอ่านแต้มจากหน้าไพ่ให้เป็นด้วย เพื่อที่จะได้คาดการณ์ว่าเราควรที่จะจั่วเพิ่มอีกไหมหรือควรหยุดได้แล้ว วิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คแบบนี้เป็นการสร้างความได้เปรียบให้กับตัวเอง และอาจทำให้มีโอกาสได้รับรางวัลมากขึ้น

  • ไพ่ธรรมดาหน้า 2 – 10 ให้อ่านตัวเลขตามหน้าไพ่ได้ปกติ
  • J Q K ให้มีค่ากำหนดเท่ากับเลข 10
  • A จะให้แทนด้วย 1 แต่ก็ขึ้นอยู่กับไพ่ในมือว่า เราจะมีแต้มรวมเป็นเท่าไร
  • ถ้าแต้มรวมของไพ่ทั้งหมดได้เท่ากับ 21 ให้ถือว่านั่นแหละคือแบล็คแจ็ค

  วิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คหรือรูปแบบการเล่นต่างๆ

1.วิธีการเพิ่มจำนวนเงินเดิมพัน

วิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คแบบเพิ่มเดิมพันให้กลายเป็นสองเท่า วิธีนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเจ้ามือหงายการ์ดของตนเองแล้วไม่ได้แต้ม 21 เลยทันที ผู้เล่นสามารถที่จะเรียกไพ่เพิ่ม และ มีสิทธิ์ขอเพิ่มค่าเดิมพันให้ขึ้นกลายเป็นสองเท่าได้นั่นเอง

2.วางเดิมพันแบบ Perfect Pair

วิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คด้วยรูปแบบนี้ คือการที่ท่านได้รับไพ่มาสองใบในตอนเริ่มเกม เมื่อท่านเปิดดูแล้วท่านพบว่าได้ไพ่เหมือนกัน (ทั้งเลข ดอก และ สี) ทั้งหมดสองใบ ก็จะทำให้ท่านมีโอกาสชนะได้

3.เดิมพันแบบ 21+3

รูปแบบที่กล่าวไปหรือวิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คแบบนี้ค่อนข้างจะยุ่งยากและใช้ความเข้าใจอยู่บ้างเล็กน้อย โดยการจะอยู่รูปแบบนี้ได้ ก็ต่อเมื่อได้ ตองเหมือน , สเตรทฟลัช , ตอง , สเตรช , ฟลัช เราจะมาอธิบายในแต่ละส่วนกันดังต่อไปนี้

  • ตองเหมือน คือ ไพ่เหมือนกันทั้งเลข ดอก สี สามใบ
  • สเตรทฟลัช คือ การมีไพ่เรียงและมีดอกเดียวกัน เช่น J Q K โพแดง
  • ตอง คือ การที่มีไพ่เหมือนกันสามใบโดยไม่สนว่าจะมีสี หรือ ดอก เหมือนกันหรือไม่
  • สเตรช คือ การที่เรามีไพ่เรียงกันทั้งหมด สามใบตามลำดับ และไม่สนว่าจะมีสีเดียวกันหรือไม่
  • ฟลัช คือ การที่มีไพ่อยู่บนมือทั้งหมด 3 ใบ และดอกเดียวกันทั้งหมด

4.รูปแบบการเดิมพันแบบ Best Behide

ตรงตัวจากคำว่า Behide หรือข้างหลังเลยครับ ขั้นตอนหรือวิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คโดยวิธี Best Behide เราจะใช้การลงตามหลังคนอื่น หรือดูว่าเลขที่นักพนันท่านอื่นลงนั้นถูกไปเท่าไรแล้ว บ่อยหรือไม่อย่างไรเราก็ลงตามเพื่อหวังว่าจะได้รางวัลตามๆ กันไปนั่นเอง และเมื่อทำการลงตามคนอื่นแล้วไม่มีสิทธิ์จะจั่วไพ่หรืออะไรทั้งนั้น ทำได้อย่างเดียวคือการที่จะลงทุนเพิ่มหรือไม่เท่านั้นเอง

  คำศัพท์ที่สำคัญในการเล่นเกมแบล็คแจ็ค

วิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็คจะรู้แค่เทคนิค หรือ จำการลงของท่านอื่นแล้วลงตามคงไม่พอ ถ้าหากนักพนันในโต๊ะมีการกล่าวถึงคำศัพท์ต่างๆ เราก็ควรจะทราบด้วยเช่นกันเพื่อเป็นการเข้าใจสถานการณ์ตอนนั้นว่านักพนันท่านอื่นเขากำลังเจอกับสถานการณ์อะไรอยู่

  • BlackJack คือ เมื่อได้รับสองใบแรกมาแล้วได้แต้มเท่ากับ 21 พอดี
  • Hit คือ การขอเรียกไพ่เพิ่ม หรือ จั่วเพิ่มนั่นเอง
  • Stand คือ ไม่รับการจั่วเพิ่มอีกแล้ว อยู่ตัวแล้ว
  • Double Down คือ ต้องการที่จะเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่า
  • Split คือ แยกไพ่ ในกรณีที่ได้ไพ่มาเป็นคู่ที่เหมือนกัน
  • Surrender คือ ประกันเงินทุนครึ่งหนึ่ง และกดยอมแพ้ ส่วนเงินที่เราประกันเราก็จะได้กลับคืนมาด้วย
  • Insurance คือ หากเราเห็นว่าไพ่ของเจ้ามือเป็น A แล้วเราคิดว่าจะมีโอกาสชนะสูงเราก็ประกาศ Insurance ไปเลยเพื่อลงเดิมพันอีกครึ่งหนึ่งของเงินลงทุน และหากเจ้ามือชนะจริงเราก็จะได้เงินลงทุนครึ่งนั้นไปด้วย
  • Even Money คือ หากท่านได้รับ แบล็คแจ็ค ท่านจะสามารถเลือกเก็บก่อนเพื่อรอรับรางวัล หรือ อยากจะลุ้นเจ้ามือว่าได้น้อยกว่าเราไหม หากได้น้อยกว่าเราก็จะได้รางวัลที่มากกว่าการเก็บก่อน แต่ถ้าหากเจ้ามือได้เท่ากับเรา ก็จะถือว่าเสมอกันไป

ทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิธีเล่นไพ่แบล็คแจ็ค ทั้งกติกา , รูปแบบ , การนับคะแนน , คำศัพท์ที่สำคัญต่างๆ หากท่านรู้พื้นฐานตรงนี้แล้วการที่จะลงไปเล่นสนามจริงก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว